โครงการและประวัติความเป็นมา (โดยละเอียด)

สืบเนื่องจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชกระแสรับสิ่งให้สำรวจสถานที่ที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เคยประทับเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ บริเวณหลังวัดอนงคาราม เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร และสำรวจชุมชนในท้องที่บริเวณนั้น ซึ่งข่อนข้างจะแตกต่างจากชุมชนอื่น เพราประกอบไปด้วยชาวไทย จีน มุสลิม และลาว เคยอาศัยอยู่ร่วมกันในบริเวณนั้นอย่างสงบสุขมาตั้งแต่ครั้งรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ แต่ปัจจุบันกิจกรรมที่เป็นขนบธรรมเนียมประเพณีของชุมชนรวมทั้งอาคารบ้านเรือนในชุมชนนับวันเปลี่ยนแปรไป สมควรจะได้ศึกษาเพื่อจะได้ฟื้นฟู หรืออนุรักษ์ให้คงอยู่สืบไป
  ผู้รับสนองพระบรมราชดำริได้ทำการสำรวจ สืบทราบตำแหน่งที่แน่นอนของบ้านที่สมเด็จพระศรีนครินทรบรมราชชนนีประทับเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ ตามหนังสือ “แม่เล่าให้ฟัง” พระนิพนธ์ของพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กลมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าบ้านดังกล่าวได้ถูกรื้อไปแล้ว โดยมีตึกแถวสองชั้นขึ้นมาแทนที่ คณะผู้สำรวจจึงทำการสำรวจในบริเวณโดยรอบ ได้พบอาคารตึกแถวชั้นเดียวในบริเวณอาคารกลุ่มที่ทรุดโทรมมาก ตามลักษณะของอาคารแถวนี้มีรูปร่างใกล้เคียงกับ “บ้าน” ในหนังสือ “แม่เล่าให้ฟัง” จึงนำความขึ้นกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ทรงทราบ
  ในระหว่างคณะที่สำรวจได้ทำการสำรวจบริเวณดังกล่าว เจ้าของที่ดิน คือ นายแดง นานาและนายเล็ก นานา ทราบเรื่องจึงน้อมเกล้าฯ ถวายที่ดินบริเวณนั้นแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นพื้นที่ 4 ไร่ ตอนกลางของพื้นที่เป็นที่ตั้งบ้านของเจ้าพระยาศรีพิพัฒน์รัตนราชโกษาธิบดี (แพ บุนนาค) อธิบดีกรมพระคลังสินค้า ในรัชกาลที่ 5 เป็นอาคารตึกแถวปนไม้ขนาดใหญ่ 2 ชั้น จำนวน 2 หลังตั้งขนานกัน ลักษณะสถาปัตยกรรมสมัยรัชกาลที่ 5 ล้อมรอบตึกแถวบริเวณเรือนบริวารชั้นเดียวทางด้านขวาและด้านหลังของตึกใหญ่ ส่วนด้านซ้ายเป็นตึก 2 ชัน ลักษณะที่ล้อมลอบนี้ประยุกต์จากสถาปัตยกรรมแบบจีน อาจเก่าแก่ถึงสมัยรัชกาลที่ 3 ซึ่งเป็นช่วงสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ (ทัต บุนนาค) บิดาเจ้าพระยาศรีพิพัฒน์ (แพ) เป็นผู้ปกครองชุมชนย่านนี้
  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้อนุรักษ์ และพัฒนาให้เป็นอุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นย่านประวัติศาสตร์ใกล้เคียงกับสถานที่ที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเคยประทับตั้งแต่ครั้งทรงพระเยาว์ โดยโปรดให้มูลนิธิชัยพัฒนาเป็นเจ้าของโครงการ นายนนท์ บูรณสมภพ เป็นผู้ออกแบบและบริหารโครงการ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เป็นผู้ดำเนินการจัดสร้าง โดยมี กรมศิลปากร เป็นผู้ควบคุมความถูกต้องทางด้านประวัติศาสตร์และศิลปกรรม
  ผู้รับสนองประราชดำริได้กำหนดแนวทางการดำเนินงาน ตามพระราชดำริไว้ดังนี้
  1. ให้เป็นสวนสาธารณระดับชุมชน สำหรับประชาชนทุกเพศทุกวัยในละแวกใกล้เคียง และผู้สนใจได้พักผ่อนหย่อนใจ
  2. ให้อนุรักษ์อาคารสำคัญไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์และเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดยภายในอาคารจัดเป็นอาคารพิพิธภัณฑ์แสดงพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชะนี รวมทั้งเป็นแหล่งศึกษาชีวิตความเป็นอยู่ร่วมกันของชุมชนชาวไทย จีน มุสลิม อนุรักษ์ส่วนประกอบสำคัญอื่น ๆ เช่น ซุ้มประตูทางด้านเข้าที่ปรักหักพังจะคงรูปเดิมไว้ โดยเสริมความมั่นคงให้คงทนแข็งแรง อนุลักษณ์ต้นไม่ใหญ่ที่มีอยู่ในบริเวณ เช่น ต้นโพธิ์ ต้นไทร ต้นชงโค
  3. จัดพื้นที่ของสวนให้เป็นพื้นที่โล่งกว้างมากที่สุด โดให้ที่โล่งเป็นลานพักผ่อน ปลูกไม้เลื้อยคลุมซุ้มทางเดิน เพื่อสนองความต้องการของประชาชนที่อาสักอยู่ในบริเวณที่แออัด
  4. เพื่อให้เป็นที่ศึกษาพันธุ์พฤกษชาติของต้นไม้และดอกไม้ใบนานชนิด
  5. จัดวางระเบียบการสัญจรไปมาในสวนสาธารณะให้ประชาชนใช้ได้โดยสะดวก